วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โอนเงินผิด

ยุ่งยาก ต้อง เยือกเย็น




ยุ่งยาก กับ เยือกเย็น

ในยามที่เราพบกับความยุ่งยาก ต้องพึ่งพาความเยือกเย็น
ค่อยๆ ย้อนลงไปแยกแยะสาเหตุแห่งปัญหา ที่ทำให้เราเร่าร้อน

เราจะเอาชนะความยุ่งยากของชีวิตได้
ด้วยการเอาชนะความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในใจของเราเสียก่อน

เดินหน้าอย่าท้อถอย




เพ่งโทษตน...เป็นบัณฑิต
เพ่งความผิดคนอื่น...เป็นพาล

ก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไป และก้าวสุดท้าย สำคัญพอๆ กัน
ขาดก้าวใดก้าวหนึ่ง ชีวิตจะถึงที่หมายไม่ได้

คลื่นลมทำให้ทะเลสวย อุปสรรคทำให้ชีวิตงาม
บุคคลจึงไม่ควรยอมแพ้เมื่อพบอุปสรรค

หากครั้งนี้ล้มเหลว ครั้งต่อๆ ไปต้องสำเร็จ
เพราะความสำเร็จ มักมาหลังจากความล้มเหลวเสมอ

เรื่องเล็กน้อยก็ไม่ควรละเลย




เพียงคิดช่วยเขา...ใจเราก็สุขแล้ว
เพียงคิดเบียดเบียนเขา...ใจเราก็ทุกข์แล้ว

น้ำทำให้เรือลอยได้ ก็ทำให้เรือล่มได้
ทรัพย์สินเงินทอง ทำให้คนเป็นสุขได้ ก็ทำให้คนเป็นทุกข์ได้

การมองข้ามงานเล็กไป จะทำให้งานใหญ่ไม่สำเร็จ

คนทำงาน ควร คิดดังนี้

คาถาแห่งชีวิต...คาถาการทำงาน



ความสุข...อาจทำให้ลุ่มหลง

ความทุกข์...ทำให้รู้จักชีวิต

จึงควรขอบคุณความทุกข์บ้าง

ผู้นำ

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยง
ไว้เป็นเพื่อนสองตัว  คือ ลิงและลา 
วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอา
เชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง  เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัว
เดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป
 
ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อย ๆ    คลายปมเชือกออกจากคอของมัน 

อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย 

 
หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น    ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว 
ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว  อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้าน
มาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลา  ได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ สักครู่หนึ่ง 
หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง 
ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง

 
ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที
หันมองลิงและลา  เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม
เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ



 
ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง     ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้
แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

เธอทั้งหลาย... 
     
เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย   
ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำของ
หญิงชาวบ้าน  ที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้    เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว    เธอมองเห็น
ข้าวของเสียหาย  และมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ    แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก 
และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย  เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้
และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือลิง    ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจ ร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและ
ฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน     
 
เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ 
ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่ "ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา  แต่ลารับเคราะห์"
ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม 
ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง
  พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริง 
นายที่ดีไม่ควรปล่อย ให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้  ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย  
นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลาอีกเล็กน้อย เพื่อค้นหาความจริง 
เพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  
ถ้าลิงสงบได้ องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย

เพื่อนแท้

โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ  
ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก  
อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง  
คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย  
ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ  
ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น  
ในโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่าแน่นอน  
คนเราเมื่อ ตัวตายก็ต้องลงดิน  
ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด  
เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคนอีกคนหนึ่ง  
ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร  
หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ  
ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น  
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว  
อันตรายที่สุดคือ การคาดหวัง  
เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย  
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่  
จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์  
เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน  
ไม่มีคำว่าบังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่าตั้งใจ  
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป    


หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ 

หลังผ่านปัญหา  จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว  
ไม่เป็นขุนนางนะ ได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้  
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง    
เมื่อวานก็สายเกินแล้วพรุ่งนี้ ก็สายเกินไป 
อย่าหวัง  ว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก
 
เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณ หมดทุกคน 


เพื่อนทั่วไป 
ไม่เห็นคุณร้องไห้ 
เพื่อนแท้ 
มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้ 
เพื่อนทั่วไป 
ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ 
เพื่อนแท้ 
จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน 
เพื่อนทั่วไป 
คาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ 
เพื่อนแท้ 
คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป 
เพื่อนทั่วไป 
เข้าหาผลประโยชน์ ที่ได้รับจากเรา  
เพื่อนแท้ มีแต่ให้ และ คำปลอบโยน